UNIQ Flex และ Halo สายชาร์จเร็วสุดทน ที่แฟน Apple ตัวจริงต้องมี!!

โทรศัพท์ไอโฟน จัดว่าเป็นโทรศัพท์ยอดนิยมมากหันไปทางไหนก็เห็นคนใช้โทรศัพท์ยี่ห้อนี้ ความทนทานของมัน กับความเสถียรของระบบปฏิบัติการจัดว่ายอดเยี่ยม เลยทำให้คนใช้งานไอโฟนต่างก็รักจนถอนตัวไม่ขึ้นจนทำให้ต้องใช้สายชาร์ตใหม่อยู่เสมอ หากซื้อของจริงจาก apple เองก็ราคาแพงเกินไป เพื่อเป็นทางเลือกเรามีอีกยี่ห้อหนึ่งให้ลองไปใช้กัน Uniq สำหรับสายชาร์ตไอโฟน นั้นเราสามารถแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่ม หนึ่งเป็นสายชาร์ตแท้ของทาง apple ทำออกมาขายเองเลย สองเป็นของยี่ห้ออื่นที่ทำตามขึ้นมา ซึ่งตรงนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มย่อยลงไปอีก กลุ่มแรกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาขายโดยทาง apple ได้รับรองว่าผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อเหล่านี้สามารถใช้งานได้จริงไม่เป็นอันตรายต่อไอโฟน กับอีกกลุ่มทำมาเองแต่ทาง apple ไม่ได้รับรองกลุ่มนี้จะราคาถูกพังง่าย โดยยี่ห้อ Uniq เป็นกลุ่มแรกเค้าทำผลิตภัณฑ์เสริมให้กับโทรศัพท์มือถือมากมาย ซึ่งสายชาร์ตไอโฟนก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ทาง Uniq ทำสายชาร์ตไอโฟนออกมาสองรุ่นด้วยกันคือ Flex และ Halo แต่ละรุ่นดียังไง Flex สำหรับใครที่ต้องเดินทางเป็นประจำ ทำให้ต้องพกสายชาร์ตโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยไม่ว่าจะไปไหน Flex จัดว่าเข้าทางเลยตัวสายเป็น USB-C To Lightning สายชาร์ตที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานไอโฟนโดยเฉพาะ ตัวสายเป็นสายถักดูแน่นหนาเหมาะกับการใช้งานแบบสมบุกสมบัน สองหัวต่อแข็งแรงและยืดหยุ่นทำให้สามารถใช้งานได้ดี ไม่ต้องห่วงเรื่องเก็บในกระเป๋าสามารถม้วนเก็บได้เลย จุดเด่นอีกอย่างก็คือ สามารถชาร์ตไอโฟนจาก 0-60% ได้ภายในเวลา 30 นาทีเท่านั้นทำให้เราสามารถชาร์ตได้เร็วขึ้นกว่าเดิม สินค้ารับประกันยาว 3 ปี คุ้มค่าราคา Halo สำหรับรุ่นนี้ก็เป็นสายชาร์ตไอโฟนที่ดีไซน์มาเพื่อการใช้งานกันเลยทีเดียว ใครที่มักจะปวดหัวเวลาเก็บสายชาร์ตในกระเป๋าแล้วพอจะใช้งานต้องมาแกะให้ยุ่งเหยิง ตัวนี้บอกเลยว่าจะแก้ปัญหานั้นได้ สายชาร์ตตัวนี้จะถูกเก็บอยู่ในตลับสีดำวงกลม วิธีการใช้ก็ดึงสายด้านหนึ่งต่อกับโทรศัพท์ อีกด้านหนึ่งก็ต่อกับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ตัวสายเป็น USB-C To Lightning สามารถใช้ได้กับทั้งไอโฟน ไอแพด ความยาวตลอดทั้งสายประมาณ 1 เมตรกว่า ตัวสายทำมาจากไนลอนถักเกลียวแสดงถึงความทนทานมาก (เค้าโปรโมตว่าสามารถทนต่อการดัดงดได้ถึง 35,000 ครั้ง) ช่วยให้การชาร์ตไอโฟนเร็วขึ้น 0-50% ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ใครที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

Read More

Huawei ออกแถลงการณ์ กรณี Google ระงับการทำธุรกิจทั่วโลก

ปีนี้เชื่อว่าวงการไอที คงไม่มีข่าวไหนสร้างแรงสั่นสะเทือนระดับ 10 ริกเตอร์ได้เท่ากับข่าวการยุติความสัมพันธ์ระหว่าง กูเกิ้ล กับ หัวเว่ย ที่ต้องบอกว่าส่งผลต่อราคาตลาดมือถือเป็นอย่างมาก รวมถึงแนวโน้มต่างๆ มากมายที่แต่ละฝ่ายก็วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา สุดท้ายทางหัวเว่ยเองก็ออกแถลงการณ์ต่อเรื่องดังกล่าวแล้ว มีประเด็นอะไรน่าสนใจบ้างไปดู โทรศัพท์หัวเว่ย ยังใช้บริการกูเกิ้ลได้ ประเด็นแรกที่หลายคนยังสงสัยอยู่ก็คือ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างกูเกิ้ล กับหัวเว่ย จบสิ้นลงโทรศัพท์หัวเว่ยในมือเรานั่นยังใช้ได้อยู่ไหม คำตอบก็คือ ยังใช้ได้อยู่ โทรศัพท์ยี่ห้อหัวเว่ยที่เราซื้อมาจนถึงตอนนี้ (ก่อนเดือนสิงหาคม) จะยังสามารถใช้บริการกับทางกูเกิ้ลได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น การค้นหา, อีเมล์, กูเกิ้ลไดร์ฟ และแอพพลิเคชั่นในระบบแอนดรอยด์ได้เหมือนเดิม ส่วนโทรศัพท์ที่จะออกมาหลังจากนั้นค่อยว่ากัน โทรศัพท์หัวเว่ย ยังไปต่อได้ จากแถลงการณ์ดังกล่าว เชื่อว่า หัวเว่ยที่โดนผลกระทบที่สุดคงหนีไม่พ้น P30 ซีรีย์ข่าวบอกว่าราคาตกลงจนน่าตกใจ ราคาที่ตกลงเพื่อเชื่อว่าโทรศัพท์ตัวนี้จะไม่สามารถใช้ได้อีกในอนาคต ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่ โทรศัพท์หัวเว่ยรุ่นที่วางอยู่ในท้องตลาด จะยังสามารถอัพเดตซอฟต์แวร์ และ แอพพลิเคชั่นต่างๆ ของกูเกิ้ลได้เหมือนเดิมทั้งปัจจุบันจนถึงอนาคตอันใกล้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลไปเราใช้ได้แน่นอน หัวเว่ย กับกูเกิ้ล ไม่ได้ตัดความสัมพันธ์ แม้ว่าข่าวการยุติความสัมพันธ์ระหว่างกูเกิ้ล กับ หัวเว่ย นั้นดูเหมือนจะรุนแรง แต่เอาเข้าจริงจากแถลงการณ์ของหัวเว่ยเองอ่านดูไปมาสองสามรอบ ก็ไม่ได้มีการพูดถึงว่าจะไม่กลับไปร่วมงานกับกูเกิ้ลอีก ไม่ได้พูดถึงกูเกิ้ลด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่า หากมาตรการผ่อนปรนจากทางการสหรัฐยกเลิก สงครามการค้ายกเลิก หัวเว่ย กับ กูเกิ้ล ก็สามารถกลับมาทำงานร่วมกันได้เหมือนเดิม อีโคซิสเทม ตัวใหม่ จากแถลงการณ์ ย่อหน้าสุดท้ายหัวเว่ยได้พูดถึงการสร้างอีโอซิสเทมที่มั่นคง ปลอดภัย ความหมายนี้สามารถแปลความได้ว่าพวกเค้าจะสร้าง ระบบปฏิบัติการของตัวเองขึ้นมาเพื่อใช้แทนแอนดรอยด์ แน่นอนว่าการสร้างครั้งนี้จะต้องมีแอพพลิเคชั่นครอบคลุมการใช้งานแบบครบวงจร ซึ่งเราก็คงจะเห็นไปแล้วว่าทางหัวเว่ย เริ่มจะขยับเปิดตัวระบบปฏิบัติการของตัวเองไปแล้ว ซึ่งมันจะดีแค่ไหน เราต้องรอพิสูจน์ในเวลาอีกไม่นานนี้ จากแถลงการณ์ดังกล่าวสรุปได้ว่า แม้ทางการสหรัฐจะแบนหัวเว่ย ผ่านการบังคับกูเกิ้ล แต่เอาเข้าจริงมันอาจจะไม่ได้เป็นมาตรการบังคับเสมอไป อาจจะมีการผ่อนปรนในอนาคตอันใกล้ ไม่ต้องกลัวไปหรอก หรือ หากจะต้องใช้ระบบปฏิบัติการใหม่จริงๆ ในฐานะผู้บริโภคอย่างเราก็ปรับตัวกันไป ไม่งั้นก็หันหน้าไปแบรนด์อื่นก็จบ

Read More